Baroque Period

ดนตรียุคบาโรก (Baroque Period)
ค.ศ.1600 - 1750


ศิลปะในยุคบาโรกนี้ เป็นศิลปะที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างโอ่อ่า มีการใช้โน้ตโครเมติก(Chromatic)
และการประสานเสียงที่ใช้เสียงกระด้าง(dissonance)มากขึ้น การใช้เสียงเหล่านี้ทำให้เกิดความแตกต่างในบทเพลง
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนการให้ความสำคัญกับเสียงที่กลมกลืน(consonance) อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสีสันกับบทเพลงให้มีความแตกต่างจากกัน
ลักษณะเด่นของยุคบาโรก ที่แตกต่างไปจากยุคดนตรียุคอื่นอย่างเห็นได้ชัดคือ
- มีลักษณะที่โอ่อ่าอลังการ
- มีการใช้โน้ตประดับประดา(ornament)อย่างมากมาย
- มีการให้ความสำคัญกับเรื่องของระบบเสียง(tonality) ที่ตัดกัน(contrasts)มากขึ้น
- มีการใช้การประพันธ์ที่เรียกว่า บาสโซ คอนทีนูโอ(basso continuo)
หรือเรียกอีกอย่างว่า ฟิกเกอ เบส (figue bass)
- ในยุคนี้การประสานเสียงมีความชัดเจนมากขึ้น
- มีการใช้เทคนิคการประพันธ์แบบ เคานท์เตอร์พอยท์(counterpoint)
ยุคบาโรกนี้ได้มีการนำาเอาบทเพลงเต้นรำสั้นๆมาบรรเลงร่วมกัน
มีจำนวนบทเพลงหลายบท เรียกว่า สวีท(suite) ซึ่งส่วนมากบทเพลงเต้นรำเหล่านี้
จะประพันธ์ในลักษณะแบบสองตอน หรือที่เรียกว่า binary form
ในบทเพลงสวีทนี้มักจะประกอบไปด้วยเพลงเต้นรำสั้นๆที่บรรเลงสลับกัน
ตามจังหวะเร็วและช้าสลับกันไป โดยมักจะเรียงกันดังต่อไปนี้
Prelude ( บทเพลงบรรเลงนำขึ้นมาก่อน )
Allemande -
Courante -
Sarabande -
บทเพลงเต้นรำประเภทต่างๆ เช่น menuet ; marsh ; bourree Gigue
บทประพันธ์อีกชนิดหนึ่งที่นิยมกันมากในยุคนี้
คือการนำเอาทำนองหลักมาแต่งหรือบรรเลงขยายออกไป
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการประพันธ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคนี้
นั่นก็คือการประพันธ์ที่เรียกว่า โซนาตา(sonata)
แต่ก็เป็นโซนาตาสั้นๆที่ไม่ยาวมากนักเมื่อเทียบกับโซนาตาในยุคคลาสสิก
ยุคบาโรกยังแบ่งออกเป็น บาโรกตอนต้น - บาโรกตอนกลาง บาโรกตอนปลาย
รูปแบบดนตรีที่สำคัญในยุคบาโรก
ฟิวส์(fugue) ทอคคาตา(toccata)

บทความย่อโดย...กมล อัจฉริยะศาสตร์

Useful Links www.bangkokguitar.com

back next

home